Author: houseoffundc

  • 5 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจัดฟัน

    1. เตรียมใจ – เหตุผลในการจัดฟันของแต่ละคนต่างกัน ดังนั้นก่อนจัดฟันควรถามความต้องการของตัวเองก่อนว่า อยากจัดฟันเพราะอะไร เพื่อที่จะได้ให้ทันตแพทย์ช่วยตรวจ วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างตรงจุด 2. เตรียมเวลา – การจัดฟันเป็นงานที่ใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน โดยเฉลี่ยการจัดฟันจะต้องพบหมอจัดฟันประมาณ 20-30 ครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละเคส ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี ต่อเนื่องกัน ดังนั้นหากต้องการจัดฟัน จะต้องลองดูเวลาของตัวเองก่อนว่าจะสามารถพบหมอจัดฟันได้ต่อเนื่องนานขนาดนั้นหรือไม่ 3. เตรียมช่องปาก – ก่อนเริ่มจัดฟัน สิ่งที่ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนคือการเตรียมช่องปาก เพื่อให้เหงือกและฟันมีสภาพที่ดีและพร้อมต่อการเคลื่อนฟัน  โดยจะขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของแต่ละคน ในคนที่สุขภาพช่องปากและฟันดี ก็จะสามารถเริ่มต้นจัดฟันได้เลย โดยแทบไม่จำเป็นเตรียมช่องปากอะไรมากมาย แต่ในคนที่ไม่ได้ทำฟันเป็นประจำหรือมีปัญหา เช่นฟันผุ เหงือกบวม หรือมีฟันคุด ก็ควรที่ต้องเตรียมช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเริ่มจัดฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะตรวจและแจ้งให้ทราบได้ตั้งแต่วันแรกที่มาปรึกษาจัดฟัน 4. เตรียมปรับพฤติกรรม – เมื่อเริ่มจัดฟัน การใช้ชีวิตจะเปลี่ยนไป ในช่วงแรกจะต้องปรับตัวรับกับอาการไม่ชินกับเครื่องมือที่ติดอยู่บนฟัน การทานอาหารจะลำบากขึ้น การแปรงฟันและทำความสะอาดฟันยากขึ้นและต้องใช้เวลานานขึ้น อาจจะมีอาการปวดฟันในระดับที่ทนได้ ซึ่งจะเกิดชั่วคราวหลังจากเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันระยะหนึ่ง 5. เตรียมรับรอยยิ้มใหม่ – เมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว ฟันจะมีการเรียงตัวดีขึ้น การบดเคี้ยวจะดีขึ้น และการดูแลความสะอาดจะทำได้สะดวกขึ้น…

  • บอกลาการพิมพ์ปากแบบเดิมด้วยเครื่องสแกนฟัน 3 มิติ

    เครื่องสแกนฟัน 3 มิติ เป็นนวัตกรรมการพิมพ์ปากแบบดิจิทัลที่ทำให้สามารถเห็นฟันและช่องปากได้อย่างชัดเจนทั้ง 3 มิติ ภาพที่ได้จากการสแกนฟันจะเป็นภาพสีที่คมชัด และนำไปใช้ทำงานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการจัดฟัน รากฟันเทียม ครอบฟัน สะพานฟัน และการตรวจทั่วไป มีโปรแกรมพิเศษสำหรับจำลองภาพให้เห็นการเรียงตัวของฟันหลังการจัดฟันเสร็จ คนไข้สามารถเข้าใจแผนการรักษาเบื้องต้นได้ชัดเจนขึ้น  ข้อดีของการใช้เครื่องสแกนฟัน 3 มิติ