จัดฟัน

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

การจัดฟันคืออะไร

การจัดฟัน (Orthodontics) เป็นสาขาหนึ่งในทางทันตกรรม ที่ให้การวินิจฉัย ป้องกัน และรักษาความผิดปกติ ของการเรียงฟัน และการสบฟัน รวมทั้งปัญหาความผิดปกติของขนาดและความสัมพันธ์ของขากรรไกรต่อใบหน้า

การจัดฟัน เป็นการรักษาเพื่อให้มีการสบฟันที่ดีขึ้น เพื่อการบดเคี้ยวอาหารที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือกอันเนื่องมาจากความลำบากในการทำความสะอาดฟันและเหงือก ในบริเวณที่ฟันเรียงตัวผิดปกติ หลีกเลี่ยงการเกิดการสึกของฟันที่ผิดปกติจาการเรียงฟันหรือสบฟันที่ไม่เหมาะ สม นอกจากนี้ยังอาจช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพจากการที่มีฟันเรียงกันสวยงาม

ฟันแบบไหนที่ควรจัดฟัน

1. การสบฟันที่ผิดปกติ
การสบฟันที่ดี คือการที่ฟันเรียงตัวกันอย่างถูกต้อง เหมาะสม ฟันล่างและฟันบนจะต้องสบเข้าคู่กันเรียงตัวกันชิดไม่มีช่องว่าง บิดหมุน หรือสบไขว้กัน ฟันหน้าบนสามารถยื่นครอบลงมากับฟันหน้าล่าง โดยสมมาตร การสบฟันผิดปกติจึงหมายถึงอาการผิดปกติที่ฟันบน หรือฟันล่าง ยื่นออกมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น เช่น อาการฟันยื่น ฟันสบคร่อม ฟันล่างคร่อมฟันบน ฟันสบลึก เป็นต้น

การสบฟันที่ผิดปกตินั้น นอกจากจะทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกดูไม่สวยงาม ไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังทำให้การบดเคี้ยวอาหารไม่สะดวก รวมถึงการทำความสะอาดที่ยากกว่าฟันที่เรียงตัวดี การสบฟันที่ผิดปกติเป็นอาการที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง หากไม่รีบแก้ไข อาจต้องใช้เวลา และมีความยากในการรักษามากยิ่งขึ้น

2. ฟันซ้อนเก
ฟันซ้อนเก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ฟันเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ หรืออาจมีจำนวนฟันเพิ่มมากกว่าปกติ ทำให้เกิดความยากในการดูแลทำความสะอาด และสร้างปัญหาอื่นๆตามมา เช่น อาการเหงือกอักเสบ ฟันผุ นอกจากนี้ ฟันที่เรียงตัวไม่ดีอาจทำให้ไม่มั่นใจในการพูดคุยหรือการยิ้มอีกด้วย

3. ฟันห่าง
ฟันห่าง คือการที่ฟันเรียงตัวกันผิดปกติ มีช่องว่างระหว่างฟันขึ้น นอกจากจะทำให้ฟันดูไม่สวยงาม เรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดปัญหาในการรักษาความสะอาด เนื่องจากช่องว่างในบริเวณดังกล่าว จะถูกเติมเต็มไปด้วยเศษอาหารที่ยากต่อการขจัดออก มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาเหงือกอักเสบ หรือฟันผุได้อย่างมาก นอกจากนี้ ปัญหาฟันห่าง ยังเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการพูด เพราะจะทำให้พูดได้ไม่ชัดเจน สร้างความรำคาญเพราะอาจเกิดน้ำลายกระเด็นระหว่างการพูดได้อีกด้วย

4. ปัญหาฟันขึ้นไม่ครบ หรือการสูญเสียฟันแท้จากการถอนฟัน
ปัญหาฟันแท้ขึ้นไม่ครบนั้น อาจเกิดขึ้นได้ในเด็กที่มีฟันแท้ แต่อาจมีไม่ครบ โดยฟันที่หายไปอาจถูกฝังอยู่ในบริเวณขากรรไกร ในกรณีนี้ ทันตแพทย์จะใช้การจัดฟันในการดึงฟันแท้ขึ้นมา เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หรือในกรณีของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ หรือฟันผุที่บูรณะไม่ได้จนสูญเสียฟันแท้ไป ก็สามารถใช้วิธีการจัดฟันในการช่วยเหลือรักษาได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาวิธีการรักษาควรอยู่ในดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

จัดฟันมีกี่แบบ

1. การจัดฟันแบบชนิดติดแน่น
เป็นวิธีจัดฟันที่ใช้กันมาอย่างแพร่หลายและยาวนาน เครื่องมือทำด้วยวัสดุที่เป็นโลหะ แบ่งได้อีก 2 ชนิดตามการทำงานของเครื่องมือ
1.1 การจัดฟันแบบโลหะทั่วไป (Bracket Brace)
จัดฟันแบบโลหะ / จัดฟันเหล็ก เป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีราคาที่ย่อมเยาโดยปัจจุบันการจัดฟันโลหะได้มีการพัฒนาขนาดของวัสดุที่ใช้ให้มีขนาดเล็กลง คุณภาพสูงขึ้น และให้ความรู้สึกใส่สบายมากขึ้น สามารถเปลี่ยนสีสันยาง (O-ring) ที่สามารถเลือกสีที่ชอบเปลี่ยนได้ทุกเดือน จะมีการปรับเครื่องมือทุกๆ เดือน โดยการจัดฟันจะมีการปรับเครื่องมือจัดฟันทุกๆ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ฟันเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่เหมาะ ถือว่าเป็นการจัดฟันที่ราคาน้อยกว่าชนิดอื่นๆ
1.2 การจัดฟันแบบ Self-ligating
การจัดฟันแบบ Self-ligating เป็นนวัตกรรมจัดฟันสมัยใหม่ ที่มีจุดเด่นในเรื่องการทำงานของเครื่องมือจัดฟัน ที่ออกแบบมาให้คนไข้มีความรู้สึกสบาย เจ็บน้อยลง ตัวเครื่องมือสามารถล๊อกลวดได้ด้วยแผ่นโลหะ ให้แรงจัดฟันคงที่ ไม่ต้องมาเปลี่ยนยางดึงฟันทุก ช่วยเคลื่อนฟันได้เร็วขึ้น และด้วยความเรียบลื่นของวัสดุ จะช่วยให้คนไข้รู้สึกระคายเคืองน้อยลง

2. การจัดฟันแบบถอดได้
เป็นการจัดฟันที่ไม่ต้องติดเครื่องมือจัดฟันบนฟัน หรือมีเพียงเล็กน้อย เป็นเครื่องมือที่ทำมาเฉพาะบุคคล และต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ป่วยค่อยข้างสูง
2.1 เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ชนิดลวดและอะคลิลิก
เป็นเครื่องมือที่มีขนาดตามรูปร่างขากรรไกรผู้ป่วยแต่ละราย ใช้ในการแก้ไขการสบฟันในระยะฟันผสม หรือจัดฟันเบื้องต้น และสามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่นในกรณีที่ฟันมีความซับซ้อนมาก โดยเครื่องมือมักจะมีอายุการใช้งานไม่นานนัก และอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องมือใหม่หลายชิ้น มีราคาย่อมเยา เหมาะกับการจัดฟันในเด็ก
2.2 การจัดฟันใส
การจัดฟันใสได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟัน ให้มีความสวยงามและเหมาะสมได้โดยไม่ต้องติดเครื่องมือ การจัดฟันชนิดนี้สามารถถอดออกได้เมื่อต้องการ และมีความใสแทบมองไม่เห็น ระยะเวลารักษาที่ชัดเจน โดยทันตแพทย์จะทำการเปลี่ยนเครื่องมือ ให้ตามแผนการรักษา แต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบอื่น ๆ

ขั้นตอนการจัดฟัน

ก่อนเริ่มการรักษาจัดฟัน
1. ตรวจวางแผนการรักษากับทันตแพทย์จัดฟัน
2. พิมพ์ปากเพื่อทำแบบโมเดลศึกษา เอกซเรย์จัดฟัน และเอกซเรย์ตรวจฟันผุ
3. เคลียร์ช่องปาก ขูดหินปูน อุดฟัน ผ่าฟันคุด หรืออื่นๆ ที่ต้องรักษาก่อนการใส่เครื่องมือจัดฟัน

ระหว่างรักษาด้วยการจัดฟัน
1. ติดเครื่องมือจัดฟัน
2. พบหมอจัดฟันทุก 4-6 สัปดาห์ กรณีจัดฟันแบบมีติดแน่น
3. เอกซเรย์เพื่อตรวจเช็คการรักษาระหว่างการจัดฟัน แล้วแต่ดุลยพินิจแพทย์
4. ขูดหินปูนและตรวจฟันผุทุก 6 เดือน

ภายหลังรักษาเมื่อจัดฟันเสร็จ
1. รีเทนเนอร์ตลอดหลังจากจัดฟันเสร็จสิ้น
2. เอกซเรย์หลังจัดฟันเพื่อเช็คผลการรักษา
3. ขูดหินปูนหลังถอดเครื่องมือ
4. ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

Similar Posts

  • ทันตกรรมเด็ก

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน ทันตกรรมสำหรับเด็ก (Pediatric Dentistry) เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่ตัวเล็ก มีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน ทั้งร่างกาย และความร่วมมือ ฟันเป็นอีกอวัยวะหนึ่งที่เด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างมาก ฟันน้ำนมในเด็กนั้นมีซี่เล็กกว่าและลักษณะโครงสร้างอื่นๆที่ต่างจากฟันแท้ ทำให้จำเป็นต้องมี “ทันตกรรมสำหรับเด็ก” โดยเฉพาะขึ้น ทันตกรรมสำหรับเด็ก คือการรักษาสุขภาพช่องปากในเด็กตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้นมาในช่องปาก ในช่วงอายุประมาณ 6 – 8 เดือน ไปจนถึงช่วงวัยรุ่นตอนกลางอายุประมาณ 15 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ฟันแท้ขึ้นมาแทนฟันน้ำนมทั้งหมดแล้ว โดยจะเน้นไปที่การดูแลฟันน้ำนมเป็นหลัก ทั้งการแนะนำในการดูแลฟันน้ำนม การทำทันตกรรมเพื่อป้องกันฟันน้ำนมผุ และรักษาฟันผุ เพื่อให้ฟันน้ำนมคงอยู่ในช่องปากจนกว่าฟันแท้จะขึ้นมาทดแทน และดูแลฟันแท้ที่ขึ้นมาในช่องปากตั้งแต่อายุยังน้อยให้คงทนและแข็งแรงต่อไปจนกว่าเด็กจะสามารถดูแลสุขภาพฟันของตนเองได้ ทันตกรรมสำหรับเด็กแตกต่างกับทันตกรรมผู้ใหญ่อย่างไร ทันตกรรมสำหรับเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่ เนื่องจากฟันน้ำนมในเด็กกับฟันแท้ในผู้ใหญ่มีโครงสร้างที่แตกต่างกัน การทำฟันเด็กจะเน้นดูแลและป้องกันฟันผุเป็นหลัก เนื่องจากลักษณะของฟันน้ำนมนั้น ผุได้ง่ายกว่าฟันแท้ นอกจากนี้ เด็กยังเป็นวัยที่ไม่สามารถแยกความเจ็บปวด ออกจากความกลัวหรือความเครียดได้ เมื่อมีอาการปวดฟันหรือรู้สึกกดดันเมื่อทำฟันก็จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำฟันเด็กจึงต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องจิตวิทยาการสื่อสารกับเด็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่แตกต่างกับทันตกรรมในผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก ทันตกรรมสำหรับเด็กมีอะไรบ้าง? พาลูกไปหาหมอฟันที่ไหนดี เราดูแลฟันของเด็กๆ โดยทันตแพทย์เด็กผู้เชี่ยวชาญ ในสถานทันตกรรมที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานทางทันตกรรม คลินิกอยู่ริมถนน ใกล้กับห้างเซนทรัลพิษณุโลกเพียง 350 เมตร มีลานจอดรถกว้างขวาง เดินทางสะดวก

  • จัดฟันแบบ Self Ligating System

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน การจัดฟันแบบ Self Ligating System คือะไร จัดฟันแบบ Self-Ligating System คือ เครื่องมือจัดฟันที่มีนวัตกรรมใหม่ ที่ไม่ต้องใช้ยางรัด แต่ใช้กลไกการบานพับขนาดเล็กที่ยึดกับลวดอย่างหลวมๆ  เครื่องมือแบร็คเก็ต (Bracket) หรือวัสดุยึดติดกับฟันมีหลายยี่ห้อ เช่น Damon™  Empower และ Clippy เครื่องมือจัดฟันแบบ Self-ligating จะความโดดเด่นอยู่ที่เครื่องมือทั้งระบบทำงานได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งยางมัดเข้ากับลวดเพื่อดึงฟัน ทำให้การเคลื่อนฟันใช้ความฝืดต่ำ ใช้เเรงดึงฟันที่น้อย ฟันเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น โดยที่ไม่เกิดความเจ็บปวดเมื่อปรับเครื่องมือจัดฟัน อีกทั้งเมื่อใช้ร่วมกับยางดึงฟันหรือหมุดจัดฟันจะสามารถเคลื่อนฟันได้มีประสิทธิภาพกว่าการจัดฟันแบบธรรมดา ความแตกต่างระหว่างจัดฟันแบบ Self-ligating กับการจัดฟันธรรมดา หลักการการจัดฟันธรรมดา จะใช้ยางรัดฟัน เป็นตัวยึดเเบร็คเก็ตเเละลวดจัดฟันเข้าด้วยกัน เพื่อดึงให้ฟันเคลื่อนตัว แต่ข้อเสียคือ แรงดึงของยางที่สูง เกิดความฝืดมาก ส่งผลให้คนไข้จะรู้สึกปวดฟัน 3 – 5 วันแรกในช่วงที่แรงดึงยางค่อนข้างสูง และจะลดลงอย่างรวดเร็วในวันต่อๆมา ทำให้คนไข้ต้องมาพบทันตแพทย์ทุกๆเดือนเพื่อเปลี่ยนยางเเละปรับเครื่องมือจัดฟัน ฟันจะเคลื่อนตัวได้ช้ากว่า เพราะเเรงดึงที่ไม่สม่ำเสมอ แรงดึงของยางรัดฟันจะลดลงเรื่อยๆ ทำให้ไม่สามารถรัดลวดให้อยู่กับแบร็คเก็ต(เหล็กจัดฟัน)ได้อย่างเต็มที่ในช่วงท้ายๆของเดือน อาจทำให้ลวดหลุดออกมาและเสียการควบคุมฟันไป แต่จัดฟันแบบ Self-ligating เนื่องจากที่เครื่องมือสามารถยึดลวดได้ด้วยตัวเอง…

  • ฟันคุด

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน ฟันคุด คืออะไร ฟันคุด คือ ฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ตามปกติ มีลักษณะการล้มเอียงของฟันที่ผิดปกติไปหรือมีพื้นที่ไม่เพียงพอให้ฟันขึ้น ทำให้เห็นฟันขึ้นเพียงฟันบางส่วน หรือไม่เห็นในช่องปากเลยเนื่องจากฟันฝังตัวอยู่ใต้เหงือกบริเวณกระดูกขากรรไกร โดยส่วนใหญ่จะพบได้ที่ตำแหน่งฟันกรามซี่ในสุด นอกจากนี้ยังพบได้ที่ตำแหน่งฟันเขี้ยว ฟันกรามน้อย หรือจุดที่เกิดฟันเกินได้อีกด้วย ฟันคุดเกิดจากอะไร ฟันคุดเกิดจากการพื้นที่บริเวณขากรรไกรมีไม่เพียงพอให้ฟันขึ้นได้อย่างเหมาะสม หรือการวางตัวของหน่อฟันที่ล้ม เอียง หรืออยู่ผิดตำแหน่ง อาจเป็นผลมาจากพันธุกรรมที่ขากรรไกรมีขนาดเล็ก แคบ หรือตัวฟันมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ฟันคุดมีกี่แบบ โดยทั่วไปฟันคุดมี 2 แบบ แบ่งตามลักษณะของเนื้อเยื่อที่ปกคลุมฟันคุดได้ ดังนี้1. ฟันคุดแบบมีเหงือกปกคลุม (Soft Tissue Impaction) ลักษณะฟันคุดประเภทนี้ จะสามารถคลำได้ในช่องปาก จะมีเพียงเหงือกที่คลุมตัวฟันอยู่ บางกรณีอาจสามารถมองเห็นตัวฟันได้บางส่วน ฟันคุดประเภทนี้สามารถถอนได้ หรือผ่าแต่เหงือกโดยไม่ต้องกรอกระดูก2. ฟันคุดที่อยู่ภายใต้กระดูกขากรรไกร (Bony impaction)  เป็นฟันคุดที่มีกระดูกคลุมตัวฟันบางส่วนหรือทั้งซี่ ฟันคุดประเภทนี้มักจะพบจากการถ่ายภาพรังสี และจะมีความยากกว่าในการผ่าตัด เนื่องจากจะต้องมีการกรอกระดูกหรือกรอฟันร่วมด้วย รู้ได้อย่างไรว่ามีฟันคุด ฟันคุดมีหลายแบบ บางกรณีอาจจะมองไม่เห็นได้ด้วยตา หรือคลำได้ในช่องปาก เพราะฟันไม่สามารถโผล่พ้นเหงือกตามแนวฟันปกติได้ แต่สามารถสังเกตฟันคุดได้ ดังนี้1. เริ่มมีการปวดหรือเจ็บเมื่อสัมผัสบริเวณฟันคุด รู้สึกเจ็บเหงือกที่คลุมฟันคุด หรือเมื่อกัดหรือเคี้ยวอาหารโดนบริเวณฟันคุดอาจทำให้รู้สึกปวดได้2. มีอาการเหงือกบวมแดง…

  • การรักษาฟันหัก ฟันแตก ที่เกิดจากอุบัติเหตุ

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน ลักษณะของฟันที่เกิดจากการประสบอุบัติเหตุ ฟันที่เกิดจากการประสบอุบัติเหตุมักจะอยู่ในรูปแบบของ ฟันหัก ฟันบิ่นแตก (Broken tooth / Chipped tooth) สามารถพบได้กับทุกเพศทุกวัย มักเกิดจากการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ หรือพฤติกรรมอื่น ๆ ที่เสี่ยงกับการกระทบโครงสร้างของฟัน เช่น เคี้ยวของแข็งจนฟันแตก เป็นต้น ผลกระทบจากการได้ไม่รับการรักษา วิธีปฏิบัติตัวและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  • โรคเหงือกอักเสบ กับ การขูดหินปูน

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน โรคเหงือกอักเสบ โรคเหงือกอักเสบ เป็นโรคในช่องปากที่พบได้บ่อยและมักอาการไม่รุนแรง เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้เช่นกัน โดยโรคเหงือกอักเสบสามารถพัฒนาเป็นโรคปริทันต์อักเสบหรือโรครำมะนาดได้ถ้าหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม การดูแลทำความสะอาดช่องปากที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ การแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจฟันกับทันตแพทย์เป็นประจำปีจะช่วยป้องการเกิดโรคได้ สาเหตุของโรคเหงืออักเสบ เกิดจากคราบเชื้อโรคที่ก่อตัวขึ้นที่ผิวฟัน และเหงือก ลักษณะเป็นคราบสีขาว ที่ประกอบด้วยแบคทีเรีย และคราบอาหารจากการทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ ส่งผลให้กระตุ้นการการทำงานของเม็ดเลือดขาว ก่อให้เกิดการอักเสบของเหงือกตามมา และคราบเหล่านี้เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดการสะสมของแร่ธาตุและแข็งตัวมากขึ้นจนเกิดเป็นหินปูนนั่นเอง อาการของโรคเหงือกอักเสบ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ การรักษาโรคเหงือกอักเสบ

  • ฟันเทียม

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน ฟันเทียมคืออะไร ฟันเทียม หรือฟันปลอมคือ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำขึ้นมาใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่ถอนไป หรือใช้เพื่อทดแทนเนื้อฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ป้องกันการเกิดปัญหาการล้มเอียงของฟัน ป้องกันการยื่นยาวของฟันคู่สบ ช่วยในการออกเสียง ชะลออัตราการสึกฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่และเพื่อความสวยงาม ชนิดของฟันเทียม ขั้นตอนการรักษา วิธีการดูแลรักษาฟันเทียม ฟันเทียมชนิดถอดได้1. ผู้ป่วยควรถอดออกทำความสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และก่อนนอน2. ใช้แปรงสีฟันขนนิ่มร่วมกับน้ำสบู่อ่อนหรือยาสีฟันชนิดที่ไม่มีผงขัด แปรงทำความสะอาดทั้งด้านนอกและด้านในของฟันเทียม3. ควรถอดฟันเทียมก่อนนอน หลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จ หรือเมื่อไม่ได้ใช้ฟันปลอมในการบดเคี้ยวอาหาร พบปะผู้คน เพื่อป้องกันการเกิดเนื้อเยื่อในช่องปากอักเสบหรือติดเชื้อราใต้ฐานฟันปลอม4. เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ควรแช่น้ำในภาชนะที่มีฝาปิด5. ฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่ในช่องปากก็จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ป่วยมักจะทำความสะอาดได้ยากขึ้น โดยเฉพาะฟันด้านที่ติดกับสันเหงือกไร้ฟัน อาจใช้แปรงขนาดเล็ก หรือผ้าก๊อซเช็ดทำความสะอาดร่วมด้วย ฟันเทียมแบบติดแน่นการดูแลและทำความสะอาดจะเหมือนฟันธรรมชาติคือ แปรงฟันอย่างถูกวิธี ร่วมกับการใช้เครื่องมือช่วยอื่น เช่น ไหมขัดฟัน ทั้งนี้ ฟันที่ทำครอบฟันหรือสะพานฟันติดแน่นแล้วนั้น ยังสามารถเกิดรอยผุต่อได้ถ้าหากดูแลไม่ถูกวิธี