ทันตกรรมทั่วไป

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ทันตกรรมทั่วไป

ทันตกรรมทั่วไป คือ การดูแลรักษาสุขภาพฟันและช่องปากพื้นฐาน การให้คำปรึกษา การวินิจฉัยโรคเบื้องต้นต่าง ๆ รวมถึงการตรวจ รักษา ดูแลสุขภาพช่องปากประจำปี ครอบคลุมรักษาเบื้องต้นที่ไม่ซับซ้อน เช่น การอุดฟัน ถอนฟัน และทันตกรรมป้องกัน เช่น ขูดหินปูน เคลือบหลุมรองฟัน เคลือบฟลูออไรด์ เป็นต้น

การตรวจวินิจฉัย และให้คำปรึกษา
การตรวจวินิจฉัย และให้คำปรึกษา เป็นขั้นตอนเบื้องต้นในการตรวจเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคล ในขั้นตอนนี้อาจมีการถ่ายภาพรังสี พิมพ์ปาก ถ่ายภาพในช่องปาก แสกนช่องปากสามมิติ เพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำมากขึ้น

การดูแลสุขภาพเหงือก

การดูแลสุขภาพเหงือก เป็นดูแลสุขภาพช่องปาก เหงือก และฟันโดยการกำจัดคราบแบคทีเรียและหินปูน โดยเครื่องมืออัลตราโซนิคกระเทาะหินปูนเพื่อให้หินปูนหลุดจากผิวฟัน รวมกับการขูดโดยใช้เครื่องมือแบบด้ามเก็บรายละเอียด จากนั้นทำการขัดผิวฟันให้เรียบด้วยผงขัดฟัน และอาจจะมีการเคลือบฟลูออไรด์เพื่อลดการเสียวฟันและป้องกันฟันผุเพิ่มเติม

การขูดหินปูน ขัดฟัน จะช่วยลดคราบบนฟัน ลดกลิ่นปาก และป้องกันการเกิดโรคเหงือกอักเสบ เหงือกบวม และป้องกันการเกิดโรคปริทันต์อักเสบ อันเป็นสาเหตุให้ฟันโยก และสูญเสียฟัน

การอุดฟัน

การอุดฟัน คือ วิธีการบูรณะฟันที่มีการสูญเสียเนื้อฟันไป ด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น ฟันผุ ฟันบิ่น ฟันแตกจากอุบัติเหตุ โดยการเติมวัสดุอุดฟันเข้าไปเพื่อทดแทนเนื้อฟันที่สูญเสียไป

วัสดุอุดฟันจะมี 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ

  1. วัสดุอมัลกัม สีโลหะ เป็นวัสดุที่มีราคาถูก มีความแข็งแรง แต่ไม่สามารถยึดติดกับผิวฟันได้ จำเป็นต้องกรอเนื้อฟันมากกว่าแบบอื่นเพื่อให้วัสดุมีความหนาที่เพียงพอ และมีสีที่ไม่สวยงาม
  2. วัสดุคอมโพสิต เป็นวัสดุที่มีสีเหมือนฟัน ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ให้การยึดเกาะที่ดี มีความแข็งแรงเพียงพอต่อการบดเคี้ยวอาหาร มีความสวยงามกลมกลืนกับสีฟันธรรมชาติ
  3. วัสดุกลาสไอโอโนเมอร์ เป็นวัสดุที่สามารถปลดปล่อยฟลูออไรด์เพื่อช่วยป้องกันฟันผุได้ มีสีหลากหลายทั้งสีเงิน และสีเหมือนฟัน มีความแข็งแรงน้อยกว่าวัสดุแบบอื่น และมักใช้ในการอุดฟันตำแหน่งที่รับแรงบดเคี้ยวน้อยหรืออุดฟันในเด็ก

การถอนฟัน

การถอนฟัน (Tooth Extraction) คือ การนำซี่ฟันออกจากเบ้ากระดูกขากรรไกรภายใต้ยาชาเฉพาะที่ จะทำการรักษานี้เมื่อมีความจำเป็นในกรณีดังนี้

  • ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน และไม่สามารถรักษาโดยการรักษาคลองรากฟันได้
  • ฟันโยก จากโรคปริทันตอักเสบรุนแรง
  • ฟันแตก ฟันร้าว ถึงรากฟัน จนไม่สามารถบูรณะได้ด้วยวิธีอื่น ๆได้
  • ฟันเกิน ฟันคุด ฟันที่ขึ้นผิดตำแหน่ง
  • การถอนเพื่อจัดฟัน

Similar Posts

  • โรคเหงือกอักเสบ กับ การขูดหินปูน

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน โรคเหงือกอักเสบ โรคเหงือกอักเสบ เป็นโรคในช่องปากที่พบได้บ่อยและมักอาการไม่รุนแรง เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้เช่นกัน โดยโรคเหงือกอักเสบสามารถพัฒนาเป็นโรคปริทันต์อักเสบหรือโรครำมะนาดได้ถ้าหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม การดูแลทำความสะอาดช่องปากที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ การแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจฟันกับทันตแพทย์เป็นประจำปีจะช่วยป้องการเกิดโรคได้ สาเหตุของโรคเหงืออักเสบ เกิดจากคราบเชื้อโรคที่ก่อตัวขึ้นที่ผิวฟัน และเหงือก ลักษณะเป็นคราบสีขาว ที่ประกอบด้วยแบคทีเรีย และคราบอาหารจากการทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ ส่งผลให้กระตุ้นการการทำงานของเม็ดเลือดขาว ก่อให้เกิดการอักเสบของเหงือกตามมา และคราบเหล่านี้เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดการสะสมของแร่ธาตุและแข็งตัวมากขึ้นจนเกิดเป็นหินปูนนั่นเอง อาการของโรคเหงือกอักเสบ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ การรักษาโรคเหงือกอักเสบ

  • การรักษาฟันหัก ฟันแตก ที่เกิดจากอุบัติเหตุ

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน ลักษณะของฟันที่เกิดจากการประสบอุบัติเหตุ ฟันที่เกิดจากการประสบอุบัติเหตุมักจะอยู่ในรูปแบบของ ฟันหัก ฟันบิ่นแตก (Broken tooth / Chipped tooth) สามารถพบได้กับทุกเพศทุกวัย มักเกิดจากการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ หรือพฤติกรรมอื่น ๆ ที่เสี่ยงกับการกระทบโครงสร้างของฟัน เช่น เคี้ยวของแข็งจนฟันแตก เป็นต้น ผลกระทบจากการได้ไม่รับการรักษา วิธีปฏิบัติตัวและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  • จัดฟัน

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน การจัดฟันคืออะไร การจัดฟัน (Orthodontics) เป็นสาขาหนึ่งในทางทันตกรรม ที่ให้การวินิจฉัย ป้องกัน และรักษาความผิดปกติ ของการเรียงฟัน และการสบฟัน รวมทั้งปัญหาความผิดปกติของขนาดและความสัมพันธ์ของขากรรไกรต่อใบหน้า การจัดฟัน เป็นการรักษาเพื่อให้มีการสบฟันที่ดีขึ้น เพื่อการบดเคี้ยวอาหารที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งลดอัตราเสี่ยงในการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือกอันเนื่องมาจากความลำบากในการทำความสะอาดฟันและเหงือก ในบริเวณที่ฟันเรียงตัวผิดปกติ หลีกเลี่ยงการเกิดการสึกของฟันที่ผิดปกติจาการเรียงฟันหรือสบฟันที่ไม่เหมาะ สม นอกจากนี้ยังอาจช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพจากการที่มีฟันเรียงกันสวยงาม ฟันแบบไหนที่ควรจัดฟัน 1. การสบฟันที่ผิดปกติการสบฟันที่ดี คือการที่ฟันเรียงตัวกันอย่างถูกต้อง เหมาะสม ฟันล่างและฟันบนจะต้องสบเข้าคู่กันเรียงตัวกันชิดไม่มีช่องว่าง บิดหมุน หรือสบไขว้กัน ฟันหน้าบนสามารถยื่นครอบลงมากับฟันหน้าล่าง โดยสมมาตร การสบฟันผิดปกติจึงหมายถึงอาการผิดปกติที่ฟันบน หรือฟันล่าง ยื่นออกมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น เช่น อาการฟันยื่น ฟันสบคร่อม ฟันล่างคร่อมฟันบน ฟันสบลึก เป็นต้น การสบฟันที่ผิดปกตินั้น นอกจากจะทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกดูไม่สวยงาม ไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังทำให้การบดเคี้ยวอาหารไม่สะดวก รวมถึงการทำความสะอาดที่ยากกว่าฟันที่เรียงตัวดี การสบฟันที่ผิดปกติเป็นอาการที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง หากไม่รีบแก้ไข อาจต้องใช้เวลา และมีความยากในการรักษามากยิ่งขึ้น 2. ฟันซ้อนเกฟันซ้อนเก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ฟันเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ หรืออาจมีจำนวนฟันเพิ่มมากกว่าปกติ ทำให้เกิดความยากในการดูแลทำความสะอาด และสร้างปัญหาอื่นๆตามมา เช่น อาการเหงือกอักเสบ…

  • จัดฟันใส

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน Invisalign คืออะไร Invisalign หรือ การจัดฟันแบบใส คือ การใช้เครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ที่มีความใส ลักษณะเป็นถาดสวมทับไปบนฟัน และค่อยๆเคลื่อนฟันไปทีละน้อยไปสู่ตำแหน่งที่ทันตแพทย์ออกแบบไว้ โดยเครื่องมือจะถูออกแบบและวางแผนการรักษาโดยใช้เทคโนโลยีการสร้างภาพสามมิติ และนำมาผลิตชุดเครื่องมือจัดฟันเฉพาะสำหรับแต่ละคนขึ้นมา โดยภาพโปรแกรมสามมิติจะแสดงภาพของการเคลื่อนที่ของฟันทีละขั้นตอน จากแรกเริ่มของการทำงานจนกระทั่งฟันเรียงตัวจนสวยงาม และเครื่องมือจัดฟันแบบใสนั้นจะทำงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังภาพสามมิติที่แสดงไว้ โดยเครื่องมือจัดฟันแต่ละชุดจะมีการกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ไปตามทิศทางนั้น ๆ คนไข้จะต้องใส่เครื่องมือตลอดเวลาตามที่ทันตแพทย์แนะนำ หลักการทำงานของการจัดฟันใส Invisalign ใช้เทคโนโลยีสแกนช่องปาก 3D เพื่อตรวจสอบสภาพฟัน และวางแผนการจัดฟันอย่างเป็นระบบโดยทันตแพทย์ จากนั้นแผนการรักษาแบบ 3D จะถูกส่งไปผลิตชุดอุปกรณ์จัดฟัน ที่มีลักษณะเป็นถาดสีใส ซึ่งออกแบบเฉพาะของคนไข้แต่ละคน ซึ่งหลักการจัดฟันแบบนี้นั้น คนไข้จะต้องใส่ชุดจัดฟัน Invisalign ตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด ร่วมกับการติดวัสดุบนผิวฟันที่เรียกว่า Attachment ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่กำหนดการเคลื่อนที่ของฟัน เครื่องมือจะกดและขยับฟันไปยังตำแหน่งที่วางแผนไว้ โดยจะใส่ชิ้นงานประมาณ 7-14 วัน/คู่ และเปลี่ยนใส่เครื่องมือคู่ถัดไปเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ข้อดีของการจัดฟัน Invisalign ข้อจำกัดของการจัดฟัน Invisalign การปฏิบัติตัวระหว่างจัดฟัน Invisalign

  • จัดฟันแบบ Self Ligating System

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน การจัดฟันแบบ Self Ligating System คือะไร จัดฟันแบบ Self-Ligating System คือ เครื่องมือจัดฟันที่มีนวัตกรรมใหม่ ที่ไม่ต้องใช้ยางรัด แต่ใช้กลไกการบานพับขนาดเล็กที่ยึดกับลวดอย่างหลวมๆ  เครื่องมือแบร็คเก็ต (Bracket) หรือวัสดุยึดติดกับฟันมีหลายยี่ห้อ เช่น Damon™  Empower และ Clippy เครื่องมือจัดฟันแบบ Self-ligating จะความโดดเด่นอยู่ที่เครื่องมือทั้งระบบทำงานได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งยางมัดเข้ากับลวดเพื่อดึงฟัน ทำให้การเคลื่อนฟันใช้ความฝืดต่ำ ใช้เเรงดึงฟันที่น้อย ฟันเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น โดยที่ไม่เกิดความเจ็บปวดเมื่อปรับเครื่องมือจัดฟัน อีกทั้งเมื่อใช้ร่วมกับยางดึงฟันหรือหมุดจัดฟันจะสามารถเคลื่อนฟันได้มีประสิทธิภาพกว่าการจัดฟันแบบธรรมดา ความแตกต่างระหว่างจัดฟันแบบ Self-ligating กับการจัดฟันธรรมดา หลักการการจัดฟันธรรมดา จะใช้ยางรัดฟัน เป็นตัวยึดเเบร็คเก็ตเเละลวดจัดฟันเข้าด้วยกัน เพื่อดึงให้ฟันเคลื่อนตัว แต่ข้อเสียคือ แรงดึงของยางที่สูง เกิดความฝืดมาก ส่งผลให้คนไข้จะรู้สึกปวดฟัน 3 – 5 วันแรกในช่วงที่แรงดึงยางค่อนข้างสูง และจะลดลงอย่างรวดเร็วในวันต่อๆมา ทำให้คนไข้ต้องมาพบทันตแพทย์ทุกๆเดือนเพื่อเปลี่ยนยางเเละปรับเครื่องมือจัดฟัน ฟันจะเคลื่อนตัวได้ช้ากว่า เพราะเเรงดึงที่ไม่สม่ำเสมอ แรงดึงของยางรัดฟันจะลดลงเรื่อยๆ ทำให้ไม่สามารถรัดลวดให้อยู่กับแบร็คเก็ต(เหล็กจัดฟัน)ได้อย่างเต็มที่ในช่วงท้ายๆของเดือน อาจทำให้ลวดหลุดออกมาและเสียการควบคุมฟันไป แต่จัดฟันแบบ Self-ligating เนื่องจากที่เครื่องมือสามารถยึดลวดได้ด้วยตัวเอง…

  • ฟันเทียม

    เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน ฟันเทียมคืออะไร ฟันเทียม หรือฟันปลอมคือ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำขึ้นมาใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่ถอนไป หรือใช้เพื่อทดแทนเนื้อฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ป้องกันการเกิดปัญหาการล้มเอียงของฟัน ป้องกันการยื่นยาวของฟันคู่สบ ช่วยในการออกเสียง ชะลออัตราการสึกฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่และเพื่อความสวยงาม ชนิดของฟันเทียม ขั้นตอนการรักษา วิธีการดูแลรักษาฟันเทียม ฟันเทียมชนิดถอดได้1. ผู้ป่วยควรถอดออกทำความสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และก่อนนอน2. ใช้แปรงสีฟันขนนิ่มร่วมกับน้ำสบู่อ่อนหรือยาสีฟันชนิดที่ไม่มีผงขัด แปรงทำความสะอาดทั้งด้านนอกและด้านในของฟันเทียม3. ควรถอดฟันเทียมก่อนนอน หลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จ หรือเมื่อไม่ได้ใช้ฟันปลอมในการบดเคี้ยวอาหาร พบปะผู้คน เพื่อป้องกันการเกิดเนื้อเยื่อในช่องปากอักเสบหรือติดเชื้อราใต้ฐานฟันปลอม4. เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ควรแช่น้ำในภาชนะที่มีฝาปิด5. ฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่ในช่องปากก็จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ป่วยมักจะทำความสะอาดได้ยากขึ้น โดยเฉพาะฟันด้านที่ติดกับสันเหงือกไร้ฟัน อาจใช้แปรงขนาดเล็ก หรือผ้าก๊อซเช็ดทำความสะอาดร่วมด้วย ฟันเทียมแบบติดแน่นการดูแลและทำความสะอาดจะเหมือนฟันธรรมชาติคือ แปรงฟันอย่างถูกวิธี ร่วมกับการใช้เครื่องมือช่วยอื่น เช่น ไหมขัดฟัน ทั้งนี้ ฟันที่ทำครอบฟันหรือสะพานฟันติดแน่นแล้วนั้น ยังสามารถเกิดรอยผุต่อได้ถ้าหากดูแลไม่ถูกวิธี